หน้าหลัก | ข้อมูลโรงเรียน | ภาพกิจกรรม | แผนกประถมฯ | แผนกปฐมวัย | ติดต่อเรา
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซด์โรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์  
>>ภาพกิจกรรมปี 2555<<
กิจกรรมต่าง ๆ
- บัณฑิตน้อย 54
- เข้าค่ายลูกเสือ 54
- คริสต์มาสสัมพันธ์ 54
- ภาพกีฬาสี 54
- รางวัลโรงเรียนดีเด่น 54
- ตารางการแข่งขันกีฬาสี 54
- ยอดเงินบริจาคช่วยน้ำท่วม 54
- ค่ายเด็กดี 54
- ทัศนศึกษา 54
- สวดสายประคำ 54
- กีฬาครูเอกชนกาฬสินธุ์ 54
- ฉลองวันเกิดคุณพ่อผู้จัดการ 54
- ประชุมอัตลักษณ์ 54
- กิจกรรมวันแม่ 54
- อบรมการประเมินรอบสาม 54
- สช. ตรวจเงินอุดหนุน 54
- ไอศครีมวอล์ 54
- วันไหว้ครูและรับน้องใหม่ 54
- วันสุนทรภู่ 54
- เลือกตั้งกรรมการนักเรียน 54
- วันเข้าพรรษา 54
ภาพเก็บตก
- บรรยากาศน้องอนุบาล
- การแข่งขันฟุตซอล นัดกระชับมิตร กุฉิฯ VS มุกฯ
ผลงานนักเรียน
- กิจกรรมวันแม่ 54
- กิจกรรมวันสุนทรภู่ 54

 
วันเข้าพรรษา


วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติดปากกันโดยทั่วไปว่า จำพรรษา ("พรรษา" แปลว่า ฤดูฝน, "จำ" แปลว่า อยู่) พิธีเข้าพรรษานี้ถือเป็นศาสนพิธีสำหรับพระภิกษุโดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา

ประวัติวันเข้าพรรษา
ในสมัยพุทธกาลนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝน ในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินจนถึงแก่ความตาย เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่ถ้าหากเดินทางออกไปแล้วและไม่สามารถกลับมาในเวลาที่กำหนด คือ ก่อนรุ่งสว่าง ก็จะถือว่าพระภิกษุรูปนั้น"ขาดพรรษา"

แต่หากมีกรณีจำเป็นบางอย่าง พระภิกษุผู้จำพรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ก็จะต้องกลับมาภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน ก็คือ

1.การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย
2.การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้
3.การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด
4.หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้

ประเภทของการเข้าพรรษา
การเข้าพรรษาแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

ปุริมพรรษา (เขียนอีกอย่างว่า บุริมพรรษา) คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน จะเริ่มในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง) จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐินซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในกรณีที่พระภิกษุต้องเดินทางไกลหรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไม่ทัน ต้องรอไปเข้าพรรษาหลัง คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ดังนั้นพระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเช่นเดียวกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเหมือนกัน

เครื่องอัฏฐบริขารของภิกษุระหว่างการจำพรรษา
โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระภิกษุตามพุทธานุญาตที่ให้มีประจำตัวนั้น มีเพียง อัฏฐบริขาร ซึ่งได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน แต่ช่วงหน้าฝนของการจำพรรษาในสมัยก่อนนั้น กว่าพระสงฆ์จะหาที่พักแรมได้ บางครั้งก็ถูกฝนเปียกปอน ชาวบ้านผู้ใจบุญจึงถวาย "ผ้าจำนำพรรษา" หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยน และยังถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันเป็นพิเศษในช่วงเข้าพรรษา จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

การปฏิบัติตนในวันเข้าพรรษา
แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำบุญ รักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส ในวันนี้หรือก่อนวันนี้หนึ่งวัน พุทธศาสนิกชนมักจะจัดเครื่องสักการะเช่น ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องใช้ เช่น สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น มาถวายพระภิกษุ สามเณรที่ตนเคารพนับถือ หรือมีการช่วยพระทำความสะอาดเสนาสนะ ซ่อมแซมกุฏิวิหารและอื่นๆ พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมและรักษาอุโบสถศีลกันที่วัด บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดเสพสุรา งดฆ่าสัตว์ เป็นต้น

มีประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันเรื่อยมา ก็คือ ประเพณีหล่อเทียนพรรษา สำหรับให้พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์ซึ่ง เทียนพรรษาสามารถอยู่ได้ตลอด 3 เดือน และเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง อีกทั้งมีการ "ประกวดเทียนพรรษา" ของแต่ละจังหวัดโดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ

กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันเข้าพรรษา
1.ร่วมกิจกรรมทำเทียนจำนำพรรษา
2.ร่วมกิจกรรมถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัย แก่ภิกษุสามเณร
3.ร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา รักษาอุโบสถศีล
4.อธิษฐาน งดเว้นอบายมุขต่างๆ
5.อยู่กับครอบครัว

ที่มา
http://th.wikipedia.org/wiki/วันเข้าพรรษา


รายชื่อผู้บริจาคทำบุญวันเข้าพรรษา
เนื่องด้วยทางโรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์ ได้กำหนดจัดกิจกรรมแห่เทียนเนื่องในวันเข้าพรรษา
ประจำปีการศึกษา 2554 เพื่อส่งเสริมและดำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติ
ปฏิบัติกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าวอย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์
กับชุมชนและความสามัคคีในหมู่คณะ โดยกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 14 กรกฎาคม 2554
โดยน้องอนุบาลเริ่มเวลา 08.30 น. และพี่ประถมเริ่มเวลา 10.30 น. เป็นต้นไป
ณ บ้านโนนสวรรค์และวัดที่อยู่ในเขตบริการของโรงเรียน ได้แก่ อำเภอกุฉินารายณ์, อำเภอเขาวง-นาคู, อำเภอห้วยผึ้งและอำเภอหนองสูง
        ดังนั้นทางโรงเรียนจึงได้ทำการรวบรวมเงินและปัจจัยต่าง ๆ เพื่อจะได้นำไปร่วมทำบุญเนื่องในวัน
เข้าพรรษา ซึ่งจะนำเงินและปัจจัยต่าง ๆ ทั้งหมดที่รวบรวมได้และจะแบ่งออกเป็น 8 กลุ่มสาย ได้แก่
1.สายวัดบ้านโนนสวรรค์, 2. สายแจนแลน, 3. สายห้วยผึ้ง, 4. สายสามขา-นาขาม, 5. สายเขาวง-นาคู,
6. สายหนองสูง, 7. สายกุดหว้า และ 8. สายบ้านหนองห้าง ซึ่งจะนำไปทำบุญในวันและเวลาดังกล่าว
         และข้างล่างนี้ก็คือรายนามของผู้ร่วมทำบุญวันเข้าพรรษาของโรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์

ลำดับที่
ชื่อ-สกุล
 เงิน(บาท) 
สิ่งของ
1 ด.ญ.พลอยไพลิน  ปากวิเศษ พร้อมครอบครัว   1,000.00  มาม่า 1 ลัง, ปลากระป๋อง 1 แพ็ค 
2 นายวรการ -นางปัญญา    กุลศิริ     300.00  
3 ด.ช.ธนดล   ทองคำอ่อน     300.00  
4 ด.ช.อนุจิตน์   ราชวงศ์สกุล     200.00  
5 ด.ช.ภาคภูมิ    พรหมสุรินทร์     200.00  
6 ด.ช.ธญานนท์   ภูมิรัง     200.00  
7 ด.ญ.ปิยดา   คัมบุปผา     200.00  
8 ด.ช.รัฐนันท์   ภูมิรัง     200.00  
9 ด.ญ.สุธิตา   ปัชชาแปลง     200.00  
10 ด.ญ.รัชดาภรณ์   พัทวี     200.00  
11 ด.ญ.ฉัตรชนก   จิตปรีดา     200.00  
12 ด.ช.ธีรธวัช   เสาวลักษณ์     200.00  
13 ด.ญ.นภัสรภี    คำสอนจิก     120.00  
14 ด.ญ.พิชากรณ์    แสบงบาล     100.00  
15 ด.ช.ศิวกร    คำพันธ์     100.00  
16 ด.ญ.บุญญรัตน์    สกุลเดช     100.00  
17 ด.ญ.ณัชชา    ศรีหาญ     100.00  
18 ด.ญ.พิชญดา    วังคะฮาต     100.00  
19 ด.ญ.ธันย์ชนก    คชอาจ     100.00  
20 ด.ช.นราวิชญ์    จิตจัตร์     100.00  
21 ด.ช.วชิรวิทย์    สืบผาง     100.00  
22 ด.ญ.รินลดา   ทองตา     100.00  
23 ด.ญ.อภิญญา    แก้วบุดดา     100.00  
24 ด.ญ.มนัสนันท์    ลักษณะสาย     100.00  
25 ด.ญ.ปัณฑิตา    เพชรมณี     100.00  
26 ด.ญ.อรอุมา    สีหลิ่ง     100.00  
27 ด.ญ.จิรัชญา    พลหาญ     100.00  
28 ด.ช.สุพีรพัฒน์   กันอุบัทว์     100.00  
29 ด.ญ.พิชชากร    บุญทะรา     100.00  
30 ด.ญ.ชนนิกานต์    ตาลพันธุ์     100.00  
31 ด.ญ.ฌิชาภทธ    แสนสุข     100.00  
32 ด.ญ.ชุติกาญจน์    ลีลาอุดมลิปิ     100.00  
33 ด.ช.กิตติพนธ์    ดวงแข     100.00  
34 ด.ญ.ลักขิกา    พรมคำบุตร     100.00  
35 ด.ญ.เพชรรัตน์    แสงไสย     100.00  
36 ด.ช.กรพจน์    เกิดสว่าง     100.00  
37 ด.ช.เกียรติศักดิ์    ภู่ธูป     100.00  
38 ด.ช.พุทธานุภาพ    ญาติปราโมทธ     100.00  
39 ด.ช.ชิดชนก    หาญมนตรี     100.00  
40 ด.ช.โสภณวัชญ์   แตงฉิม     100.00  
41 ด.ช.ฉัตรมงคล    กว้างสวาสดิ์     100.00  
42 ด.ช.สรภพ    ดลชื่น     100.00  
43 ด.ช.สุวภัทร    ยุบลเขต     100.00  
44 ด.ญ.กานต์กมล    คำภักดี     100.00  
45 ด.ช.อภิชาต    กองษร     100.00  
46 ด.ช.นพฤทธิ์   ยันตะบุศย์     100.00  
47 ด.ช.กฤษฎา    นาสมบูรณ์     100.00  
48 ด.ญ.กุลยา    ตั้งกีรติชัย     100.00  
49 ด.ญ.ฉัตรฤดี    คุณสิริประภารัตน์     100.00  

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 Next >>